สมัครสมาชิกคลิ๊กที่นี่ ฟรี/รับส่วนลดพิเศษ !!  |  เข้าสู่ระบบสมาชิก |
Whois | Help & Support Center |

 
  หน้าหลัก  
เกี่ยวกับเรา
 บริการ Domain Name 
บริการ Web Hosting
พัฒนาเว็บไซต์
Member Register
ตัวอย่างลูกค้า
ติดต่อเรา
   
เทคนิคการจัดสรรทรัพยากรขององค์กร
กลุ่มข่าว : Genaral / ข่าวทั่วไป
วันที่ :10/03/2009   อ่าน : 6736 ครั้ง
                 คำถามหนึ่งที่ผู้บริหารต้องคำนึงถึงก็คือ หน้าที่ส่วนใดที่เป็นหลักสำคัญสู่ความสำเร็จขององค์กร ซึ่งจะต้องทุ่มเททรัพยากรทั้งงบประมาณและบุคลากรอย่างเต็มกำลัง เพื่อให้สามารถบรรลุเป้าหมายขององค์กรได้ แต่ปัญหาก็คือ จะรู้ได้อย่างไรว่าสิ่งที่เราคิดว่าเป็นส่วนสำคัญและทุ่มเททรัพยากรทั้งหมดลงไปนั้นถูกต้อง

               กิจกรรมหรือหน้าที่หลักที่ควรจะทุ่มทรัพยากรลงไปนั้นมีข้อพิจารณาเบื้องต้นคือ เป็นกิจกรรมหรือบริการขององค์กรที่สามารถสร้างความแตกต่างให้กับองค์กรในสายตาของประชาชน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ผู้บริหารก็ไม่ควรที่จะทิ้งกิจกรรมหรืองานในส่วนอื่นๆ ที่อาจจะไม่ได้ส่งผลโดยตรงแต่จะช่วยให้องค์กรเติบโตอย่างยั่งยืน

ถ้าจะมองอีกรูปแบบหนึ่งก็คือ ต้องมีการวางแผนทั้งระยะสั้นและระยะยาวเพื่อให้องค์กรเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง โดยมีข้อแนะนำในสัดส่วนของการจัดสรรทรัพยากรกับงานที่เป็นส่วนหลักและงานที่เป็นส่วนเสริมที่อัตราส่วน 80 : 20

แต่สิ่งที่ดูง่ายและเหมือนจะไม่มีอะไรในการจัดสรรทรัพยากรต่องานที่เป็นส่วนหลัก แต่กลับเป็นสิ่งที่องค์กรทั้งภาครัฐและเอกชนต่างประสบปัญหากับการดำเนินการไปกับงานส่วนเสริมถึงร้อยละ 80 และเหลือทรัพยากรที่ดำเนินการไปกับงานส่วนหลักเพียงร้อยละ 20 เท่านั้น

ถ้าเราลองพิจารณาให้ถี่ถ้วนกับสิ่งที่องค์กรได้ดำเนินการไปในไตรมาสที่ผ่านมาหรือปีที่ผ่านมา จะพบว่าองค์กรมากมายได้เสียงบประมาณและเสียเวลาไปกับสิ่งเล็กๆ น้อยๆ มากมาย ซึ่งอาจประสบความสำเร็จมากบ้างน้อยบ้าง แต่วิธีการที่ควรจะเป็นก็คือการมุ่งเน้นในสิ่งหลักๆ ที่สำคัญต่อองค์กร และพยายามดำเนินการให้ประสบความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่น่าจะเป็นหนทางที่ดีและคุ้มค่ากว่า

และนั่นก็คือ ความหมายของการทำงานมากขึ้นโดยการทำงานน้อยลง (Do more with less) ซึ่งจะเป็นการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่จำกัดทั้งงบประมาณ บุคลากร เวลา ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อองค์กร อย่างไรก็ตาม องค์กรส่วนมากมักจะถูกหันเหไปยุ่งกับสิ่งเล็กๆ น้อยๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องด้านงานบุคคล ด้านระบบบัญชี และด้านการบริหารจัดการ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าสิ่งเหล่านี้ไม่มีประโยชน์ แต่ผู้บริหารต้องรู้จักจัดสรรเวลาและทรัพยากรอย่างเหมาะสม

วิธีการหนึ่งที่ทำให้องค์กรมากมายเติบโตขึ้นได้ในระยะเวลาอันสั้นก็คือ การเอาต์ซอร์ส (Outsource) ซึ่งพวกเขาจะมุ่งเน้นในการดำเนินการกับงานหลักที่ส่งผลสำเร็จให้กับองค์กร และกระจายงานที่เป็นส่วนเสริมต่างๆ ด้วยการเอาต์ซอร์สออกไปให้กับบริษัทภายนอกดำเนินการให้

ข้อสำคัญอีกประการหนึ่งคือ เราต้องมีความเข้าใจเป็นอย่างดีว่างานหรือกิจกรรมใดที่ทีผลต่อความสำเร็จขององค์กร ในการดำเนินการและรังสรรค์ประโยชน์ให้กับประชาชนหรือลูกค้าในกรณีที่เป็นบริษัทเอกชน เช่น ถ้าเราพิจารณาแล้วเห็นว่างานบริการเป็นกิจกรรมหลักมากกว่าการขาย ก็ควรที่จะทุ่มงบประมาณไปในด้านงานบริหารลูกค้าสัมพันธ์และศูนย์บริการทางโทรศัพท์ (Call Center) และการสื่อสารองค์กร

แต่ด้วยงบประมาณและทรัพยากรบุคคลที่มีอยู่จำกัดนั้น จึงเป็นการยากที่จะจัดสรรทรัพยากรที่มีอยู่ให้มุ่งเน้นไปที่งานหรือกิจกรรมหลักเพียงอย่างเดียวได้ และโดยมากแล้วพนักงานหนึ่งคนมักที่จะต้องทำหน้าที่หลายอย่างในคนๆ เดียวกัน และด้วยงบที่มีอยู่อย่างจำกัดก็ไม่สามารถที่จะเอาต์ซอร์สได้

วิธีที่ได้มีการใช้งานในการแก้ปัญหา คือ การแบ่งและจัดสรรจำนวนชั่วโมงการทำงานของพนักงานแต่ละคนอย่างชัดเจน เพื่อที่จะได้ใช้เวลาส่วนมากกับงานหลักที่ต้องทำให้เกิดผลสำเร็จ และใช้เวลาที่เหลืออยู่กับงานอื่นๆ ที่จะเป็นส่วนเสริมให้เกิดความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องและการเติบโตอย่างยั่งยืนขององค์กร และด้วยวิธีนี้ภายในช่วงเวลาเพียง 3-6 เดือน องค์กรก็จะสามารถเห็นความแตกต่างจากการปล่อยให้พนักงานหรือหน่วยงานต่างๆ ดำเนินการและเสียเวลาไปกับเรื่องต่างๆ มากมายอย่างที่เป็นมาในอดีต

กล่าวโดยสรุปแล้ว การจัดสรรทรัพยากรขององค์กรนั้น ขึ้นอยู่กับการมุ่งเน้นอย่างจริงจังกับงานและกิจกรรมหลักที่จะนำพาองค์กรให้ก้าวหน้าและประสบความสำเร็จ และรู้จักการเอาต์ซอร์สงานที่องค์กรไม่มีความชำนาญออกไปให้กับบริษัทที่มีความชำนาญมากกว่าเป็นผู้ดูแลให้แทน

ข้อมูลโดย http://www.ecommerce-magazine.com
 
 
   
พัฒนาระบบด้วย Ajax, Javascript, ASP.NET, PHP, Flash, Dreamweaver, MS SQL Server 2000/2005/2008, MySQL, Plesk, Hosting Controller, Perl, CGI Script

Copyright © 2004 - , บริษัท สยามดีเอ็นเอส จำกัด (SiamDNS Co., Ltd.), All rights reserved.

เลขประจำตัวผู้เสียภาษี 3031089129, โทรศัพท์ : 086-319-3880 แฟกซ์ : 0-2183-6742 อีเมล์ : info@siamdns.com
free web hit counter
เริ่มต้นนับวันที่ 15/07/2008